การเขียนครั้งที่แล้วไม่มีใครเข้ามาอ่านเลย (หาได้น้อยใจไม่) มาคราวนี้ก็มีงานเขียนอีกแล้ว งานชิ้นนี้เขียนเองชอบเอง (55) แต่ว่าที่ภูมิใจด้วยเพราะว่าได้ลงอนุสรณ์ อิอิ ก็ลองอ่านดูแล้วกันครับ
ในเปลือก
เมล็ดพืช 2 เมล็ดโดนลมพัดมาตกกลางทะเลทรายที่แห้งแล้งแห่งหนึ่ง ไร้น้ำ ไร้ชีวิต มีเพียงพวกมันกับความเหงา และทะเลทรายที่ไกลสุดลูกหูลูกตา(สมมุติว่าเมล็ดมีลูกตาน่ะ) เมล็ด 2 เมล็ดนี้เป็นพี่น้องกัน โดยเมล็ดที่เกิดก่อนชื่อว่า พี่ และ เมล็ดที่ตามมาทีหลังชื่อว่า น้อง
ท่ามกลางกระแสลมอันแปรปรวนและบาดลึกถึงเปลือกหุ้มเมล็ดส่วนใน ก็ปรากฏกลุ่มเมฆแถบบางสีคล้ำปลิวละล่องอยู่เหนือทะเลทรายแห่งนั้น บดบังซึ่งแสงอันร้อนแรงจากหัวล้านของลุงพระอาทิตย์ และแล้วเมฆก็ปล่อยหยดน้ำลงมาจากการควบแน่น หยดน้ำที่เป็นเหมือนแขกขาจรของทะเลทรายแห่งนี้ แขกที่ปลอบประโลม ความชื้นและขับไล่ความแห้งแล้งให้หนีไป แม้เพียงชั่วคราวแต่ก็เพียงพอต่อความหวาดกลัวของเมล็ดทั้ง 2
เมล็ดทั้ง 2 ได้แต่พากันกอดด้วยความหนาวสั่นระคนความหวาดกลัวเมล็ดผู้พี่เห็นเมล็ดผู้น้องทนความหนาวไม่ได้จึงทุ่มเทพลังงานปริมาณหลายแคลลอรี่เพื่อให้เมล็ดผู้น้องอุ่นขึ้น จนตัวของเมล็ดผู้พี่หนาวสั่นและเปลือกแตกออกเนื่องจากแรงสั่นที่มีค่าหลายนิวตัน เผยให้เห็นถึงใบเลี้ยงคู่หนึ่งที่ปราศจากเอนโดสเปิร์ม (เออ..คือในพืชใบเลี้ยงคู่จะเก็บอาหารในใบเลี้ยง แทนเอนโดสเปิร์ม)
เมล็ดผู้พี่ค่อยๆงอกยอดและหยั่งรากลงสู่ทะเลทราย ที่ความชื้นถูกทำลายด้วยรัศมีแห่งลุงพระอาทิตย์ หลังจากที่เมฆฝนลอยไปตามกระแสลมของทะเลทราย พี่ เสียงใสจากเมล็ดผู้น้องเรียกขึ้น พี่โตขึ้นเหมือนหม่ามี้เลยครับแน่นอนพี่จะเติบโตขึ้นและหยั่งรากลงบนพื้นดินที่แห้งแล้งแห่งนี้แม้จะต้องตายก็ตาม พี่ตอบด้วยความภาคภูมิใจ น้องเองก็ควรสลัดเปลือกแห่งความกลัวทิ้งแล้วเติบโตขึ้น น้องอยู่ในเมล็ดอาจจะปลอดภัยแต่เราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำสิ่งนั้นแต่... แต่ผมกลัว เสียงที่แผ่วเบาของเมล็ดผู้น้องดังขึ้น แต่สายไปเสียแล้วพี่ของเขาโตขึ้นโตจนเกินกว่าที่จะได้ยินเสียงทักท้วงของเขา พี่ชายของเขาห่างเขาไปทุกทีปล่อยให้มีช่องว่างระหว่างความกลัวและการเดินตามทางที่อยากทำมากขึ้นเรื่อยๆ
น้องชายแหงนหน้ามองพี่ชายของตนเองโดยไม่คิดจะงอกตาม ฉับ เสียงโลหะตัดยอดของพี่ของเขาจนขาด พี่ชายที่ไม่กลัวความตายแม้จะรู้ว่ามันมาเยือนได้ทุกวินาที น้องชายกลัวจนตัวสั่นแต่ก็ต้องพยายามฝืนเพราะไม่อยากให้เปลือกกะเทาะออกและโตตามพี่ชายไป
นักเรียนคะ หลังจากตัดยอดของต้นไม้ที่จะทดลอง แล้วก็เอาไปต้มน้ำตามด้วย
แอลกกอฮอล์นะคะแล้วหยดไอโอดีนตามไปเดี๋ยวเราจะรู้ค่ะว่า ต้นถั่วจะสังเคราะห์แสงในดินทรายหรือดินร่วนได้ดีกว่ากัน
อาจารย์ขา แล้วถั่วที่มันไม่ยอมงอกเมล็ดล่ะคะ
โธ่หนูขา ทีหลังอย่าถามอย่างงี้นะคะ เมล็ดที่มันไม่งอกเนี่ยมันไม่มีคุณค่าใดๆเลยค่ะ ทดลองก็ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรก็ไม่ได้ ได้แค่เอาไปต้มกับน้ำตาลให้คุณแม่หนูทานเท่านั้นแหละค่ะ
เรื่องนี้เราไม่ได้สอนส่วนประกอบของเมล็ดให้คุณ ไม่ได้สอนวิธีการตรวจสอบการสังเคราะห์แสง และที่สำคัญไม่ได้สอนวิธีทำถั่วเขียวต้มน้ำตาลให้คุณแม่ทาน แต่เราแค่อยากถามคุณว่า พร้อมรึยังที่จะสลัดเปลือกแห่งความกลัว แทงยอดไปบนท้องฟ้าที่ยิ่งใหญ่ และหยั่งรากบนความฝันอันไม่รู้จบของคุณ
ภูมิ เพชรกาญจนาพงศ์
A ship in harbor is safe, but that is not what ship built for
[ John Shedd]
เรือจอดอยู่ในอ่าวปลอดภัยก็จริงอยู่ แต่มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์นั้น
อ่านแล้วว่าไงก็ลองติชมดูได้น่ะครับผม
edit @ 2006/04/08 23:33:10
